เจ้าของแฟรนไชส์มีรายได้จากทางไหนบ้าง? นอกจาก Franchise Fee

เจ้าของแฟรนไชส์มีรายได้จากทางไหนบ้าง? นอกจากFranchise Fee

หลายคนเข้าใจว่า

เจ้าของแฟรนไชส์มีรายได้จากการขายแฟรนไชส์เท่านั้น”

จึงเกิดคำถามว่า

หากขายแฟรนไชส์ครบแล้ว รายได้ของเจ้าของแบรนด์จะมาจากไหน

ความจริงแล้ว ธุรกิจแฟรนไชส์ที่แข็งแรงมักไม่ได้พึ่งพา Franchise Fee เป็นรายได้หลัก แต่จะออกแบบโมเดลรายได้ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกับผู้รับแฟรนไชส์ในระยะยาว

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักแหล่งรายได้ที่สำคัญของเจ้าของแฟรนไชส์ และเหตุผลว่าทำไมการออกแบบ Revenue Model จึงเป็นหัวใจของการขยายธุรกิจ

ทำไมไม่ควรพึ่ง Franchise Fee เพียงอย่างเดียว

Franchise Fee เป็นค่าธรรมเนียมแรกเข้าที่ผู้รับแฟรนไชส์ชำระเพียงครั้งเดียว

หากเจ้าของแบรนด์พึ่งพารายได้นี้เป็นหลัก จะต้องขายแฟรนไชส์ใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธุรกิจมีรายได้

ในระยะยาว โมเดลนี้อาจไม่ยั่งยืน

แบรนด์แฟรนไชส์ที่เติบโตจึงมักสร้างรายได้จากหลายช่องทางควบคู่กัน

  1. Franchise Fee

เป็นรายได้จากการขายสิทธิ์แฟรนไชส์

โดยทั่วไปครอบคลุม

  • สิทธิ์ใช้แบรนด์
  • คู่มือแฟรนไชส์
  • การอบรม
  • การเตรียมเปิดร้าน
  • การสนับสนุนช่วงเริ่มต้น

รายได้นี้มักเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวต่อสาขา

  1. Royalty Fee

Royalty Fee คือค่าธรรมเนียมที่ผู้รับแฟรนไชส์ชำระเป็นประจำ

รายได้นี้ช่วยสนับสนุน

  • การพัฒนาระบบ
  • การตรวจมาตรฐาน
  • การให้คำปรึกษา
  • การพัฒนาสินค้า
  • การสนับสนุนสาขา

เป็นหนึ่งในรายได้ระยะยาวที่สำคัญของธุรกิจแฟรนไชส์

  1. Marketing Fee

Marketing Fee เป็นกองทุนสำหรับการตลาดส่วนกลาง

แม้รายได้นี้ควรถูกนำกลับไปใช้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับเครือข่ายแฟรนไชส์ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรายได้และงบประมาณที่ช่วยให้แบรนด์สามารถดำเนินกิจกรรมทางการตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

  1. รายได้จากการขายวัตถุดิบ

หลายธุรกิจ เช่น

  • ร้านอาหาร
  • เครื่องดื่ม
  • เบเกอรี่

เลือกใช้ระบบ Central Supply หรือการจัดซื้อวัตถุดิบจากส่วนกลาง

ข้อดีคือ

  • ควบคุมคุณภาพสินค้าได้
  • รักษามาตรฐานรสชาติ
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อ

พร้อมทั้งสร้างรายได้จากการจำหน่ายวัตถุดิบให้กับสาขาแฟรนไชส์

  1. รายได้จากบรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์

เช่น

  • แก้ว
  • ถุง
  • กล่อง
  • ช้อนส้อม
  • ยูนิฟอร์ม
  • อุปกรณ์เฉพาะแบรนด์

นอกจากช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นมาตรฐานแล้ว ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับเจ้าของแฟรนไชส์

  1. รายได้จากการจำหน่ายสินค้าแบรนด์

บางแบรนด์มีสินค้าเพิ่มเติม เช่น

  • Merchandise
  • ของฝาก
  • สินค้าพรีเมียม
  • สินค้าตามฤดูกาล

ซึ่งสามารถจำหน่ายผ่านสาขาแฟรนไชส์และเพิ่มรายได้ให้ทั้งเจ้าของแบรนด์และผู้รับแฟรนไชส์

  1. รายได้จากบริการเสริม

ตัวอย่างเช่น

  • คอร์สอบรมเพิ่มเติม
  • โปรแกรมพัฒนาผู้จัดการร้าน
  • ระบบ POS
  • ซอฟต์แวร์บริหารร้าน
  • ระบบ CRM
  • ระบบสมาชิก

บริการเหล่านี้ช่วยเพิ่มคุณค่าให้เครือข่าย และอาจเป็นแหล่งรายได้เพิ่มเติมในระยะยาว

  1. รายได้จากการขยายสิทธิ์ (Area Development / Master Franchise)

สำหรับแบรนด์ที่ขยายไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ อาจมีรายได้จาก

  • Area Developer
  • Master Franchise
  • Country License

ซึ่งเป็นโมเดลรายได้ที่เหมาะกับการขยายธุรกิจในวงกว้าง

โมเดลรายได้ที่ดีควรเป็นอย่างไร

ธุรกิจแฟรนไชส์ที่แข็งแรงควรมีรายได้จากหลายช่องทาง ไม่ใช่พึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง

ตัวอย่างโครงสร้างรายได้

แหล่งรายได้ ความต่อเนื่อง
Franchise Fee ครั้งเดียว
Royalty Fee ต่อเนื่อง
Marketing Fee ต่อเนื่อง
วัตถุดิบ ต่อเนื่อง
บรรจุภัณฑ์ ต่อเนื่อง
สินค้าแบรนด์ ต่อเนื่อง
บริการเสริม ต่อเนื่อง
Master Franchise ตามโครงการ

การกระจายแหล่งรายได้ช่วยให้ธุรกิจมีความมั่นคงมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้เพียงประเภทเดียว

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ขายแฟรนไชส์เยอะ แปลว่ารายได้มั่นคง”

ไม่เสมอไป

หากรายได้หลักมาจาก Franchise Fee เพียงอย่างเดียว ธุรกิจอาจต้องพึ่งการขายสาขาใหม่ตลอดเวลา ซึ่งไม่ใช่โมเดลที่ยั่งยืน

ยิ่งขายวัตถุดิบแพง ยิ่งกำไร”

การตั้งราคาวัตถุดิบสูงเกินไปอาจกระทบกำไรของผู้รับแฟรนไชส์ และทำให้ความสัมพันธ์ระยะยาวเสียหาย

“Marketing Fee คือกำไรของสำนักงานใหญ่”

ไม่ถูกต้อง

Marketing Fee ควรถูกนำไปใช้เพื่อกิจกรรมการตลาดที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งเครือข่าย และควรมีการสื่อสารผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใส

Checklist การออกแบบ Revenue Model

ก่อนเริ่มขายแฟรนไชส์ ลองตรวจสอบว่า

✅ มีรายได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

✅ ไม่พึ่งพา Franchise Fee เพียงอย่างเดียว

✅ ผู้รับแฟรนไชส์ยังสามารถทำกำไรได้

✅ โครงสร้างรายได้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม

✅ ทุกแหล่งรายได้สร้างคุณค่าให้ทั้งแบรนด์และเครือข่าย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เจ้าของแฟรนไชส์จำเป็นต้องเก็บ Royalty Fee หรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป บางแบรนด์เลือกสร้างรายได้จากการขายวัตถุดิบหรือบริการอื่นแทน แต่ควรมั่นใจว่ารายได้เพียงพอต่อการดูแลและพัฒนาระบบแฟรนไชส์ในระยะยาว

ธุรกิจแฟรนไชส์ที่ไม่มีการขายวัตถุดิบ จะมีรายได้จากอะไร?

สามารถสร้างรายได้จาก Franchise Fee, Royalty Fee, Marketing Fee บริการเสริม หรือการขยายสิทธิ์ในรูปแบบ Area Development และ Master Franchise ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจ

ควรมีรายได้กี่ช่องทางจึงจะเหมาะสม?

ไม่มีจำนวนที่ตายตัว แต่ควรออกแบบโครงสร้างรายได้ให้สมดุล และไม่สร้างภาระเกินไปแก่ผู้รับแฟรนไชส์ โดยทุกแหล่งรายได้ควรแลกมาด้วยคุณค่าที่ผู้รับแฟรนไชส์ได้รับจริง

สรุป

ธุรกิจแฟรนไชส์ที่ยั่งยืนไม่ได้เติบโตจากการขายแฟรนไชส์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการออกแบบ Revenue Model ที่สมดุล มีรายได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว พร้อมสร้างคุณค่าให้กับผู้รับแฟรนไชส์ควบคู่กัน

เมื่อโครงสร้างรายได้ถูกออกแบบอย่างเหมาะสม เจ้าของแบรนด์จะมีงบประมาณในการพัฒนาระบบ สนับสนุนสาขา และสร้างการเติบโตให้เครือข่ายได้อย่างต่อเนื่อง

ให้ FRANZBIZ ช่วยออกแบบ Revenue Model สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณ

การกำหนดแหล่งรายได้ของแฟรนไชส์ไม่ใช่เพียงเรื่องของการตั้งค่าธรรมเนียม แต่เป็นการออกแบบโมเดลธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนให้ทั้งเจ้าของแบรนด์และผู้รับแฟรนไชส์

ทีมที่ปรึกษาของ FRANZBIZ พร้อมช่วยวิเคราะห์ Unit Economics ออกแบบ Franchise Fee, Royalty Fee, Marketing Fee และ Revenue Model ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ เพื่อสร้างระบบแฟรนไชส์ที่เติบโตได้ในระยะยาว

นัดหมายปรึกษาการออกแบบ Franchise Revenue Model

ขอรับคำแนะนำด้านโครงสร้างรายได้แฟรนไชส์

👉ต้องการเข้าใจระบบแฟรนไชส์ทั้งหมด?อ่านคู่มือสร้างแฟรนไชส์ตั้งแต่เริ่มต้นจนพร้อมขายสิทธิ์

ข่าวอื่นๆ

ROI TOOL คำนวนการคืนทุนเบื้องต้น

Total Investment งบลงทุนรวม (THB) Duration of the franchise agreement อายุสัญญา ( ใส่จำนวน ปี เช่น 3 )
Rental/ ค่าเช่า (THB)
Wage/ ค่าแรง (THB)
Material cost/ ต้นทุนวัตถุดิบ % (ใส่ค่าเป็นจำนวนเปอเซนต์ เช่น 40)
Others/ค่าใช้จ่ายอื่นๆ % ( ใส่ค่าเป็นจำนวนเปอเซนต์ เช่น 4 )
Monthly Revenue ยอดขายต่อเดือน (THB)

Payback Period ระยะเวลาคืนทุน:

My ROI is (ผลตอบแทนจากการลงทุน)

TOTAL INVESTMENT งบลงทุนรวม:
Monthly Revenue ยอดขายต่อเดือน:
Monthly Cost ต้นทุนรายเดือน:
Monthly Profit กำไรต่อเดือน:
Duration of franchise agreement อายุสัญญา:
Breakeven จุดคุ้มทุน:
ติดต่อที่ปรึกษาการลงทุนแฟรนไชส์

Line: @franzbiz
Call: 094-494-2696 / 094-552-2253