ซื้อแฟรนไชส์หรือเปิดแบรนด์เอง แบบไหนเหมาะกับคุณ?

ซื้อแฟรนไชส์หรือเปิดแบรนด์เอง แบบไหนเหมาะกับคุณ? ถ้ามีเงินก้อนหนึ่งและอยากเริ่มธุรกิจ คำถามที่หลายคนต้องเจอคือ “ควรซื้อแฟรนไชส์ หรือเอาเงินไปสร้างแบรนด์ของตัวเอง?” ทั้งสองทางสามารถสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ แต่ใช้ เงิน เวลา ทักษะ และระดับความเสี่ยง แตกต่างกัน การซื้อแฟรนไชส์ช่วยให้เริ่มจากแบรนด์และระบบธุรกิจที่มีอยู่แล้ว ขณะที่การเปิดแบรนด์เองให้อิสระในการออกแบบสินค้า ราคา การตลาด และทิศทางธุรกิจได้มากกว่า ดังนั้นคำถามไม่ควรเป็นเพียงว่า “แบบไหนดีกว่า?” แต่ควรเป็น “แบบไหนเหมาะกับเงินทุน ประสบการณ์ เป้าหมาย และรูปแบบการทำงานของเรามากกว่า?” บทความนี้จะเปรียบเทียบทั้งสองทางอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก่อนนำเงินไปลงทุนจริง
ซื้อแฟรนไชส์คืออะไร? การซื้อแฟรนไชส์ คือการที่ผู้ลงทุนได้รับสิทธิจากเจ้าของแบรนด์ หรือ Franchisor ให้นำแบรนด์ ระบบธุรกิจ Know-how และรูปแบบการดำเนินงานที่กำหนดไปเปิดธุรกิจของตนเอง สิ่งที่อาจได้รับจากระบบแฟรนไชส์ เช่น
  • สิทธิในการใช้แบรนด์
  • สินค้าหรือสูตร
  • Business Model
  • SOP
  • Franchise Manual
  • Training
  • Supply Chain
  • ระบบ POS หรือ Technology
  • Marketing Support
  • Franchise Support
รายละเอียดขึ้นอยู่กับแต่ละแบรนด์และข้อตกลง ผู้ลงทุนจึงไม่ได้เริ่มทุกอย่างจากศูนย์ แต่ต้องยอมรับว่า การดำเนินธุรกิจต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานของแบรนด์
เปิดแบรนด์เองคืออะไร? การเปิดแบรนด์เอง คือการสร้างธุรกิจตั้งแต่ต้น โดยเจ้าของเป็นผู้ตัดสินใจและพัฒนาทุกองค์ประกอบ เช่น
  • Concept
  • Brand Name
  • Logo
  • Product
  • Pricing
  • Supplier
  • Business Model
  • SOP
  • Marketing
  • Customer Experience
ข้อดีคือเจ้าของมีอิสระสูง สามารถเปลี่ยนแปลงธุรกิจได้ตามสถานการณ์ แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือ ต้องรับผิดชอบการทดลองและความผิดพลาดด้วยตัวเองมากกว่า
ซื้อแฟรนไชส์ VS เปิดแบรนด์เอง ต่างกันอย่างไร? 1. การเริ่มต้นธุรกิจ ซื้อแฟรนไชส์ คุณเริ่มจากระบบที่มีบางส่วนถูกพัฒนาไว้แล้ว เช่น Brand → Product → System → Training → เปิดร้าน จึงลดขั้นตอนบางส่วนในการพัฒนาธุรกิจ เปิดแบรนด์เอง ต้องเริ่มตั้งแต่ Idea → Product → Brand → Test Market → System → เปิดร้าน และอาจต้องปรับหลายรอบจนกว่าจะพบโมเดลที่เหมาะสม เหมาะกับใคร? หากต้องการเริ่มจาก Framework ที่มีอยู่แล้ว แฟรนไชส์อาจได้เปรียบ แต่หากมีไอเดียเฉพาะตัวและต้องการสร้างสิ่งใหม่ด้วยตัวเอง การเปิดแบรนด์เองอาจตอบโจทย์กว่า
2. อิสระในการบริหาร เรื่องนี้เป็นหนึ่งในความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุด ซื้อแฟรนไชส์ ผู้ลงทุนต้องทำตามมาตรฐานของแบรนด์ เช่น
  • สูตร
  • ราคาในบางกรณี
  • รูปแบบร้าน
  • Supplier
  • Promotion
  • Uniform
  • การใช้ Logo
  • การให้บริการ
ไม่สามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้ตามใจ เปิดแบรนด์เอง เจ้าของสามารถทดลองและตัดสินใจได้เอง เช่น วันนี้อยากเพิ่มสินค้าใหม่ เปลี่ยน Packaging เปลี่ยน Pricing ปรับร้าน เปลี่ยน Positioning สามารถตัดสินใจได้ตามกลยุทธ์ของตัวเอง ดังนั้น… ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบ “มีระบบแล้วทำตามให้ดีที่สุด” แฟรนไชส์อาจเหมาะ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบ “คิดเอง ทดลองเอง เปลี่ยนเอง” การสร้างแบรนด์อาจเหมาะกว่า
3. ความเสี่ยงในการทดลองธุรกิจ หลายคนเลือกซื้อแฟรนไชส์เพราะคิดว่าไม่มีความเสี่ยง ความจริงคือ ยังมีความเสี่ยง เพียงแต่ความเสี่ยงบางประเภทอาจถูกลดลง ตัวอย่างเช่น หากแบรนด์มีร้านต้นแบบและหลายสาขาที่ดำเนินงานจริงแล้ว ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลและระบบก่อนตัดสินใจได้ ขณะที่ธุรกิจใหม่ต้องพิสูจน์หลายเรื่องด้วยตัวเอง เช่น
  • ลูกค้าจะซื้อหรือไม่
  • ราคาที่ตั้งเหมาะหรือไม่
  • เมนูไหนขาย
  • ร้านต้องใช้พนักงานกี่คน
  • Supplier รายใดเหมาะ
  • Marketing แบบไหนได้ผล
อย่างไรก็ตาม แม้ซื้อแฟรนไชส์ก็ยังมีความเสี่ยงจาก ทำเล + ยอดขาย + ค่าเช่า + ต้นทุน + พนักงาน + คู่แข่ง + การบริหาร จึงไม่ควรคิดว่า ซื้อแฟรนไชส์ = ปลอดภัยแน่นอน
4. เงินลงทุน ซื้อแฟรนไชส์ เงินลงทุนอาจประกอบด้วย
  • Franchise Fee
  • ค่าก่อสร้าง
  • Equipment
  • Furniture
  • Initial Stock
  • ค่าเช่าและเงินประกัน
  • Training
  • Working Capital
และหลังเปิดอาจมี
  • Royalty Fee
  • Marketing Fee
  • Software Fee
  • Renewal Fee
เปิดแบรนด์เอง ไม่มี Franchise Fee แต่ต้องลงทุนสร้างสิ่งที่แฟรนไชส์อาจเตรียมไว้ให้ เช่น
  • Branding
  • Product Development
  • Trial & Error
  • SOP
  • Marketing
  • Website
  • Technology
  • Training System
ดังนั้นการไม่มี Franchise Fee ไม่ได้หมายความว่าเปิดแบรนด์เองจะถูกกว่าเสมอไป ต้องเปรียบเทียบ Total Investment ทั้งหมด
5. Brand Awareness ซื้อแฟรนไชส์ หากเลือกแบรนด์ที่ตลาดรู้จักอยู่แล้ว คุณอาจได้รับประโยชน์จาก Brand Awareness ที่มีอยู่ ลูกค้าบางส่วนรู้จัก
  • ชื่อ
  • สินค้า
  • ราคา
  • ประสบการณ์ของแบรนด์
อยู่ก่อนเปิดสาขา เปิดแบรนด์เอง ต้องเริ่มสร้างความรู้จักจากศูนย์ ซึ่งต้องใช้ Content + Advertising + Promotion + Word of Mouth + เวลา แต่หากสร้างสำเร็จ Brand Equity ทั้งหมดก็เป็นของธุรกิจคุณ
6. การพัฒนาสินค้า แฟรนไชส์ โดยทั่วไปสินค้าหรือบริการหลักถูกกำหนดมาแล้ว ข้อดีคือไม่ต้องพัฒนาเองทั้งหมด แต่ข้อจำกัดคืออาจไม่สามารถเพิ่มหรือเปลี่ยนสินค้าเองได้ เปิดแบรนด์เอง มีอิสระเต็มที่ในการทดลอง แต่อาจต้องใช้เวลาและต้นทุนในการหา Product-Market Fit
7. ระบบการดำเนินงาน อีกจุดที่แฟรนไชส์ที่มีระบบแข็งแรงควรได้เปรียบคือ Operational System อาจมี
  • Opening SOP
  • Closing SOP
  • Stock Management
  • Customer Service
  • Training
  • QA/QC
  • POS
  • Reporting
ช่วยให้ผู้ลงทุนไม่ต้องออกแบบทั้งหมดเอง ในทางตรงกันข้าม เจ้าของแบรนด์ใหม่ต้องสร้างระบบเหล่านี้ระหว่างดำเนินธุรกิจ
8. Supplier และ Supply Chain ซื้อแฟรนไชส์ หลายแบรนด์มี Supplier หรือวัตถุดิบส่วนกลางไว้แล้ว ข้อดีคือ
  • คุณภาพมีมาตรฐาน
  • สั่งซื้อง่าย
  • ไม่ต้องหา Supplier เองทั้งหมด
แต่ควรตรวจสอบว่า
  • ราคาสมเหตุสมผลหรือไม่
  • มีสินค้าขาดบ่อยหรือไม่
  • Delivery Lead Time เท่าไร
  • มี Supplier สำรองหรือไม่
เปิดแบรนด์เอง เลือก Supplier ได้เองทั้งหมด แต่ต้องทดสอบคุณภาพ ราคา และความเสถียรด้วยตัวเอง
9. การตลาด แฟรนไชส์ บางแบรนด์มี
  • Central Marketing
  • Content
  • Promotion
  • Campaign
  • Social Media Guideline
  • Marketing Material
ให้เครือข่าย แต่ต้องตรวจสอบให้ชัดว่า Marketing Fee ที่จ่ายไปได้รับอะไร และกิจกรรมระดับสาขายังต้องทำเองมากน้อยแค่ไหน แบรนด์ของตัวเอง คุณควบคุมการตลาดทั้งหมด ข้อดีคือมีอิสระ ข้อเสียคือทุกงบและทุกการทดลองเป็นความรับผิดชอบของคุณ
10. การสนับสนุน การซื้อแฟรนไชส์ที่ดีไม่ควรจบหลังเซ็นสัญญา ควรตรวจสอบว่า Franchisor มี Support เช่น
  • Site Selection
  • Store Design
  • Training
  • Pre-opening
  • Grand Opening
  • Operational Support
  • Marketing Support
  • QA/QC
หรือไม่ หากไม่มีระบบ Support ที่ชัดเจน ข้อได้เปรียบของการซื้อแฟรนไชส์ก็จะลดลง
เปรียบเทียบ ซื้อแฟรนไชส์ VS เปิดแบรนด์เอง
ปัจจัย ซื้อแฟรนไชส์ เปิดแบรนด์เอง
แบรนด์ มีแบรนด์ให้ใช้ สร้างเอง
ระบบ มีระบบตามที่ Franchisor พัฒนาไว้ พัฒนาเอง
สินค้า มีแนวทาง/สูตรอยู่แล้ว สร้างเอง
Training มักมีตามระบบ เรียนรู้และพัฒนาเอง
Supplier อาจมี Supplier ให้ หาเอง
อิสระ จำกัดกว่า สูง
Franchise Fee มี ไม่มี
Royalty อาจมี ไม่มี
Brand Ownership ไม่ได้เป็นเจ้าของแบรนด์แม่ เป็นเจ้าของ
Trial & Error ลดบางส่วน สูงกว่า
Support มีตามระบบ ต้องสร้างทีมเอง
ความเสี่ยง ยังมี ยังมี

ใครควรเลือก “ซื้อแฟรนไชส์”? คุณอาจเหมาะกับการลงทุนแฟรนไชส์ หาก ✅ อยากมีธุรกิจ แต่ยังไม่มี Brand ของตัวเอง ✅ ต้องการระบบและแนวทางให้ปฏิบัติตาม ✅ ไม่อยากเริ่มพัฒนาสินค้าและ Operation จากศูนย์ ✅ ยอมรับ Brand Standard ได้ ✅ พร้อมชำระ Fee เพื่อแลกกับระบบและ Support ที่ได้รับ ✅ พร้อมบริหารสาขาตามโมเดลของแบรนด์ ✅ ต้องการลด Learning Curve บางส่วน
ใครควรเลือก “เปิดแบรนด์เอง”? อาจเหมาะกว่า หาก ✅ มี Product หรือ Concept ที่ชัดเจน ✅ ต้องการอิสระในการตัดสินใจสูง ✅ มีประสบการณ์ในธุรกิจนั้น ✅ พร้อมทดลองตลาด ✅ ต้องการสร้าง Brand Equity ของตัวเอง ✅ มีทีมช่วยพัฒนา Operation และ Marketing ✅ ยอมรับว่าช่วงแรกอาจต้องลองผิดลองถูกมากกว่า
ถ้ามีเงินเท่ากัน แบบไหนคุ้มกว่า? ไม่สามารถตอบจากจำนวนเงินอย่างเดียว สมมติมีเงิน 1 ล้านบาท ทางเลือก A ซื้อแฟรนไชส์ ใช้เงินลงทุนรวม 800,000 บาท และเหลือ Working Capital 200,000 บาท ทางเลือก B สร้างแบรนด์เอง ใช้
  • Branding 100,000
  • Product Development 150,000
  • ร้าน 400,000
  • Equipment 200,000
  • Marketing 100,000
เหลือเพียง 50,000 บาทเป็น Working Capital ในอีกกรณีหนึ่ง เจ้าของอาจมีร้านและ Product อยู่แล้ว ทำให้ต้นทุนสร้างแบรนด์ใหม่ต่ำกว่าแฟรนไชส์มาก ดังนั้นการเปรียบเทียบต้องดู สิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว ด้วย
ถ้าไม่เคยทำธุรกิจเลย ควรเลือกแฟรนไชส์หรือไม่? แฟรนไชส์สามารถเป็นทางเลือกที่เหมาะกับมือใหม่ เพราะมีระบบให้เรียนรู้ แต่ไม่ควรเข้าใจว่า Franchisor จะทำทุกอย่างแทน ผู้ลงทุนยังต้องเรียนรู้เรื่องพื้นฐาน เช่น
  • Profit & Loss
  • Cash Flow
  • Stock
  • People Management
  • Customer Service
  • Local Marketing
หากคุณไม่ต้องการบริหารหรือเรียนรู้เรื่องธุรกิจเลย ทั้งแฟรนไชส์และการสร้างแบรนด์เองอาจไม่ใช่การลงทุนที่เหมาะ
ถ้ามีงานประจำ ซื้อแฟรนไชส์ได้ไหม? ขึ้นอยู่กับโมเดล บางแฟรนไชส์ออกแบบเป็น Owner Operator หมายความว่าเจ้าของควรอยู่บริหารเอง บางธุรกิจสามารถใช้ Manager-operated Model แต่จะมีต้นทุนผู้จัดการเพิ่มขึ้น และต้องมีระบบตรวจสอบที่ดี ก่อนซื้อควรถาม Franchisor ให้ชัดว่า ผู้ลงทุนต้องเข้าไปบริหารเองมากน้อยแค่ไหน? ไม่ควรซื้อก่อนแล้วค่อยพบภายหลังว่าธุรกิจต้องการเวลามากกว่าที่มี
อย่าเลือกจาก “ความชอบ” เพียงอย่างเดียว หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือ “ชอบกินร้านนี้ เลยอยากซื้อ” การเป็นลูกค้ากับการเป็นเจ้าของร้านเป็นคนละเรื่อง คุณอาจชอบสินค้า แต่ธุรกิจอาจมี
  • Margin ต่ำ
  • Staff เยอะ
  • Operation ซับซ้อน
  • Rental Cost สูง
  • Working Capital สูง
ดังนั้นก่อนลงทุนต้องเปลี่ยนจากมุม Consumer เป็นมุม Investor
Framework 5 ข้อก่อนตัดสินใจ ให้ประเมินทั้งสองทางผ่าน 5 เรื่อง 1. CAPITAL คุณมีเงินลงทุนจริงเท่าไร? รวม Working Capital หรือยัง? 2. EXPERIENCE มีประสบการณ์ในธุรกิจประเภทนั้นหรือไม่? 3. TIME มีเวลาบริหารเองแค่ไหน? 4. CONTROL ต้องการอิสระในการตัดสินใจมากน้อยเพียงใด? 5. RISK พร้อมรับความไม่แน่นอนและ Trial & Error ได้มากแค่ไหน? เมื่อนำ 5 เรื่องนี้มาวิเคราะห์ จะช่วยให้คำตอบชัดกว่าเลือกจากคำว่า “แฟรนไชส์ดีกว่า” หรือ “เปิดเองดีกว่า”
ตัวอย่างการตัดสินใจ Case A — มือใหม่ ไม่มีประสบการณ์ร้านอาหาร มีเงินทุนพร้อม แต่ไม่เคยบริหารร้าน และต้องการระบบชัดเจน แฟรนไชส์อาจเหมาะกว่า หากเลือกแบรนด์ที่มี Training, SOP และ Support แข็งแรง
Case B — เชฟที่มีสินค้าและฐานลูกค้าอยู่แล้ว มีสูตร มีลูกค้า มีทีม และอยากสร้างแบรนด์ของตัวเอง การเปิดแบรนด์เองอาจเหมาะกว่า เพราะมี Core Know-how พร้อมอยู่แล้ว
Case C — นักลงทุนมีงานประจำ ต้องการธุรกิจที่มีผู้จัดการดูแล ไม่ควรถามเพียงว่าแฟรนไชส์ไหนดัง แต่ควรหาโมเดลที่สามารถบริหารผ่าน Manager ได้จริง
Case D — อยากทดลองธุรกิจด้วยเงินจำกัด อาจต้องเปรียบเทียบทั้งแฟรนไชส์ขนาดเล็กและการเริ่ม Concept เล็กของตัวเอง โดยคำนึงถึง Working Capital เป็นหลัก
หลังตัดสินใจว่า “อยากซื้อแฟรนไชส์” ต้องดูอะไรต่อ? เมื่อคุณเปรียบเทียบแล้วเห็นว่ารูปแบบแฟรนไชส์เหมาะกับตัวเอง ขั้นต่อไป ไม่ใช่รีบเลือกแบรนด์ที่ดังที่สุด แต่ต้องเริ่มวิเคราะห์ในฐานะผู้ลงทุน ได้แก่
  • งบลงทุนจริง
  • Franchise Fee
  • รายได้และกำไร
  • ROI
  • Payback
  • ทำเล
  • Franchisor
  • Support
  • สัญญา
  • Red Flags
หากคุณตัดสินใจแล้วว่าการซื้อแฟรนไชส์น่าจะเหมาะกับคุณ แนะนำอ่านต่อที่ “คู่มือลงทุนแฟรนไชส์ฉบับสมบูรณ์: วิธีเลือก วิเคราะห์ และลดความเสี่ยงก่อนซื้อ” เพื่อดูขั้นตอนตั้งแต่เลือกแบรนด์ วิเคราะห์งบ กำไร ROI ทำเล ไปจนถึงการตรวจสอบสัญญาก่อนลงทุน
Checklist: คุณเหมาะกับทางไหน? ให้ลองเลือกฝั่งที่ตรงกับตัวเองมากกว่า ซื้อแฟรนไชส์
  • ต้องการระบบพร้อมใช้
  • อยากลดการเริ่มต้นจากศูนย์
  • พร้อมปฏิบัติตามมาตรฐาน
  • ต้องการ Training และ Support
  • ยอมรับค่าธรรมเนียมได้
  • ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของ Brand IP
เปิดแบรนด์เอง
  • ต้องการอิสระสูง
  • มี Product หรือ Idea ชัดเจน
  • พร้อมสร้างระบบเอง
  • พร้อมทดลองตลาด
  • อยากเป็นเจ้าของ Brand Equity
  • ยอมรับความเสี่ยงจาก Trial & Error ได้
ถ้าข้อส่วนใหญ่เทไปฝั่งใด ฝั่งนั้นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะกับคุณมากกว่า
FAQ ซื้อแฟรนไชส์ดีกว่าเปิดแบรนด์เองไหม? ไม่มีคำตอบเดียว ขึ้นอยู่กับเงินทุน ประสบการณ์ เวลา ความต้องการด้านอิสระ และความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้ เปิดแบรนด์เองถูกกว่าซื้อแฟรนไชส์ไหม? ไม่เสมอไป แม้ไม่มี Franchise Fee แต่มีต้นทุนพัฒนาแบรนด์ สินค้า ระบบ และการตลาดที่ต้องนำมาคำนวณด้วย ซื้อแฟรนไชส์แล้วมีโอกาสขาดทุนไหม? มี เพราะผลประกอบการขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ทำเล ต้นทุน ยอดขาย และการบริหาร คนไม่มีประสบการณ์ควรเลือกอะไร? แฟรนไชส์ที่มีระบบ Training และ Support ที่ดีอาจช่วยลด Learning Curve แต่ผู้ลงทุนยังต้องเรียนรู้การบริหารธุรกิจ สร้างแบรนด์เองใช้เวลานานกว่าไหม? โดยทั่วไปอาจมีขั้นตอนในการพัฒนาสินค้า แบรนด์ และระบบมากกว่า แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับความพร้อมของธุรกิจแต่ละราย ซื้อแฟรนไชส์ต้องจ่ายค่าอะไรทุกเดือน? ขึ้นอยู่กับแบรนด์ อาจมี Royalty Fee, Marketing Fee, Software Fee หรือค่าใช้จ่ายอื่นตามสัญญา
สรุป ซื้อแฟรนไชส์ และ เปิดแบรนด์เอง ไม่มีทางไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แฟรนไชส์เหมาะกับคนที่ต้องการเริ่มธุรกิจจากระบบที่มีแนวทางอยู่แล้ว และพร้อมดำเนินธุรกิจภายใต้มาตรฐานของแบรนด์ ส่วนการสร้างแบรนด์เองเหมาะกับคนที่ต้องการอิสระ มีความพร้อมในการสร้างสินค้า ระบบ และการตลาดด้วยตัวเอง และพร้อมรับ Trial & Error มากกว่า ก่อนตัดสินใจควรประเมินอย่างน้อย 5 เรื่อง: เงินทุน + ประสบการณ์ + เวลา + อิสระที่ต้องการ + ความเสี่ยงที่รับได้ คำตอบที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่ “ซื้อแฟรนไชส์ดีกว่า” หรือ “เปิดเองดีกว่า” แต่คือ “โมเดลไหนเหมาะกับตัวเราและเป้าหมายการลงทุนมากที่สุด”
ยังไม่แน่ใจว่าควรลงทุนแบบไหน? ให้ FRANZBIZ ช่วยวิเคราะห์ หากคุณสนใจเริ่มธุรกิจแต่ยังไม่แน่ใจว่าควรซื้อแฟรนไชส์หรือเลือกโมเดลธุรกิจแบบใด FRANZBIZ สามารถช่วยแนะนำโอกาสการลงทุนโดยพิจารณาจาก งบลงทุน ประเภทธุรกิจ ทำเล ประสบการณ์ และรูปแบบการบริหารที่เหมาะกับคุณ ปรึกษา FRANZBIZ เพื่อค้นหาแฟรนไชส์ที่เหมาะกับคุณ ดูแฟรนไชส์น่าลงทุนทั้งหมด  

ข่าวอื่นๆ

ROI TOOL คำนวนการคืนทุนเบื้องต้น

Total Investment งบลงทุนรวม (THB) Duration of the franchise agreement อายุสัญญา ( ใส่จำนวน ปี เช่น 3 )
Rental/ ค่าเช่า (THB)
Wage/ ค่าแรง (THB)
Material cost/ ต้นทุนวัตถุดิบ % (ใส่ค่าเป็นจำนวนเปอเซนต์ เช่น 40)
Others/ค่าใช้จ่ายอื่นๆ % ( ใส่ค่าเป็นจำนวนเปอเซนต์ เช่น 4 )
Monthly Revenue ยอดขายต่อเดือน (THB)

Payback Period ระยะเวลาคืนทุน:

My ROI is (ผลตอบแทนจากการลงทุน)

TOTAL INVESTMENT งบลงทุนรวม:
Monthly Revenue ยอดขายต่อเดือน:
Monthly Cost ต้นทุนรายเดือน:
Monthly Profit กำไรต่อเดือน:
Duration of franchise agreement อายุสัญญา:
Breakeven จุดคุ้มทุน:
ติดต่อที่ปรึกษาการลงทุนแฟรนไชส์

Line: @franzbiz
Call: 094-494-2696 / 094-552-2253